Frank How to :
Tidy up your room

ทิ้งเเต่เก็บเคล็ด(ไม่)ลับ! เเต่งห้องยังไงให้ Minimal

 

ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนเคยเเวะเวียนไปที่ร้าน frank ของเรา
เชื่อเลยว่านอกจากเสื้อผ้าเเล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องสะดุดตาเพื่อนๆ
ก็คือสารพัดของจุกจิก สติกเกอร์ โปสการ์ด เทียนหอม
ของเเต่งบ้าน ต่าง ๆ นานา ด้วยความที่ร้านเราของเยอะขนาดนี้
เราเลยของอกคอนเทนท์ใหม่! Frank How to คอนเทนท์ที่จะเเนะนำสรร
พัดเทคนิค How to ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคการเเต่งห้อง จัดโต๊ะทำงาน
จัดตู้เสื้อผ้าไปจนถึงแนะนำเทียนหอมกลิ่นไหนดี กลิ่นไหนโดน
เราจะมาเเนะนำกันในช่วงนี้ที่ยังต้อง work from home กันอยู่
หลาย ๆ คนน่าจะยุ่งจนไม่มีเวลาเคลียร์โต๊ะทำงาน
ถ้ายังงั้น! frank เราขออาสาช่วยเพื่อนๆ เเนะนำเทคนิคในการจัดโต๊ะ
จัดห้องใน สไตล์ Minimal ที่ทุกคนสามารถนำไปทำตามกันได้
จะมีเทคนิคไหนกันบ้างนะ ไปดูกันเล้ยยยยยย!



ก่อนจะไปจัดห้องหรือโต๊ะในแบบ Minimalนั้น
เราก็ควรเคลียร์ข้าวของเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายห้องซะก่อน
เราว่าปัญหาในการจัดห้อง จัดโต๊ะของหลาย ๆ คนคือความเสียดาย
ไม่กล้าทิ้ง อันนู้นก็ดี อันนี้ก็อยากเก็บไว้สุดท้ายก็อยู่กับข้าวของกองโต
ทำให้การจัดห้องล้มเหลวไม่เป็นท่าทุกที ดังนั้นเราขอเเนะนำวิธีจัดห้อง
แบบ ‘คมมาริ (KonMari)’ ที่จะช่วยให้ จัดการกับสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป
เเละจะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องให้มากขึ้นอีกด้วย
โดยเเนวคิดนี้นั้นมาจาก‘คนโด มาริเอะ’ นักจัดบ้านมืออาชีพ
ที่หนังสือThe Life-Changing Magic of Tidying Up
ของเธอนั้นโด่งดังไปทั่วโลก จนนิตยสาร TIME ยกย่องให้เธอเป็น
หนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปี 2015

โดยหัวใจในการจัดบ้านแบบ ‘คมมาริ’ นั้นจะเเบ่งเป็น 5 หมวดด้วยกัน
เสื้อผ้า,หนังสือ, เอกสาร, ของจิปาถะและของที่มีคุณค่าต่อจิตใจ
มาเริ่มกันที่หมวดแรกเลย

หมวด 1 : เสื้อผ้า

สิ่งเเรกที่มาริเอะมักจะเเนะนำในการจัดห้องคือการ ‘โล๊ะตู้เสื้อผ้า’
โดยการนำเสื้อผ้าทั้งหมดที่เรามีออกมากอง รวมกันเป็นกองเดียว
เเล้วจะเห็นว่าจริง ๆ เรามีเสื้อผ้าเยอะขนาดไหน อาจจะถึงขั้นช็อคกับ
กองภูเขาเสื้อผ้าของตัวเอง มาริเอะเเนะนำว่าให้หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาทีละชิ้น
เเละเธอได้คิดค้นคำที่เรียกว่า‘Spark Joy’ หรือ ‘ประกายเเห่งความสุข’
Spark Joy คือความรู้สึกเชิงบวกเมื่อเราหยิบเสื้อผ้าชิ้นไหน
เเล้วมีความสุข ก็ให้เก็บเสื้อผ้าชิ้นนั้นไว้ เเต่กลับกันเสื้อผ้าชิ้นไหน
ที่เราหยิบจับเเล้วไม่รู้สึกถึงประกายเเห่งความสุขก็ให้ทิ้งไป
โดยไม่ต้องเสียดายเพราะเสื้อผ้าพวกนั้นไม่ได้มีประโยชน์กับเราเเล้ว
เเต่ก่อนที่จะทิ้งให้เราพูดขอบคุณถึงช่วงเวลาดีๆที่เคยมีกับเสื้อผ้า
เหล่านั้นก่อนที่จะทิ้งไป วิธีนี้เองจะทำให้เราไม่รู้สึกผิดต่อการทิ้งสิ่งของ
เเละทำให้เรากล้าตัดสินใจทิ้งมากขึ้น
เชื่อเลยว่าถ้าทุกคนลองโล๊ะตู้เสื้อผ้าดูจะต้องได้พื้นที่ใช้สอย
กลับมาเพียบอย่างเเน่นอน ฟันธง!



หมวด 2 : หนังสือ


วิธีการจัดการกับหนังสือก็จะคล้ายๆกับเสื้อผ้า คือนั่งคัดทีละเล่ม
พร้อมกับถามตัวเองว่าหนังสือเล่มไหนที่เราอยากจะเก็บไว้จริงๆ
เล่มไหนมอบประกายเเห่งความสุขให้กับเราได้ก็ให้เก็บไว้
ส่วนเล่มไหนที่ไม่รู้สึกถึงประกายเเห่งความสุขเเล้ว
ก็ให้พูดขอบคุณหนังสือเล่มนั้นก่อนที่จะทิ้งหรือนำไปบริจาค
เท่านี้เราก็จะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกไม่มากก็น้อยเลย

 



หมวด 3 : เอกสาร


มาริเอะเเนะนำให้เก็บเอกสารไว้ในกล่อง 3 กล่อง โดยเเบ่งเป็น 3 หมวด

1.เอกสารรอการดำเนินการ เช่น จดหมาย บิลค่าน้-ค่าไฟ
ใบเรียกเก็บเงินต่าง ๆ

2.เอกสารสำคัญ เช่น ใบเกิด สำเนาทะเบียนบ้าน
เอกสารที่เกี่ยวกับสัญญาต่าง ๆ

3.เอกสารทั่วไป เช่น นิตยสาร เเคตตาล็อกสินค้าต่าง ๆ

 



หมวด 4 : ของจิปาถะหรือของใช้ทั่วไป


หมวดนี้จะเป็นหมวดที่ใหญ่ที่สุด เพราะของจุกจิกพวกนี้แหละ
คือของที่กินพื้นที่เยอะสุดภายในห้อง มาริเอะก็มีทริกเจ๋ง ๆ
อย่างการใช้ ‘กล่องใส’ เข้ามาช่วย เธอเเนะนำให้เก็บสิ่งของจิปาถะ
ไว้ในกล่องใสเพราะกล่องใสจะช่วยให้เรามองเห็นได้อย่างชัดเจน
ว่าเรามีของใช้อะไรเเล้วบ้าง ทำให้ไม่ต้องซื้อของเดิมซ้ำ
เพราะการซื้อซ้ำนี่แหละที่ทำให้ห้องของเรารกโดยไม่รู้ตัว
วิธีนี้จะทำให้ง่ายต่อการหาและจัดเก็บ
 
 

หมวด 5 : ของที่มีคุณค่าต่อจิตใจ


รูปถ่าย จดหมาย สมุดโน๊ต สิ่งของที่มีความทรงจำเก่า ๆ
ของเราซ่อนอยู่ มักเป็นสิ่งของที่ยากต่อการตัดสินใจทิ้ง
มาริเอะจึงเเนะนำให้จัดการกับสิ่งของเหล่านี้เป็นอันดับสุดท้าย
เพราะถ้าเราเลือกจัดการสิ่งของพวกนี้ก่อน
เราจะเสียเวลาไปกับการนั่งระลึกความหลัง จนสุดท้ายก็ไม่กล้าที่จะทิ้ง
เเต่หลังจากที่เราจัดการกับสิ่งของ 4 หมวดก่อนหน้าไปเเล้ว
การตัดสินใจทิ้งสิ่งของในหมวดนี้ก็จะง่ายขึ้น เเละมาริเอะยังบอกอีกว่า
“ขอให้เชื่อมั่นในสัญชาตญาณการเลือกความสุขของตัวคุณเอง
เพราะสัญชาตญาณความสุขของคุณในปัจจุบันนั้นเฉียบคมที่สุดเเล้ว”
 
-------------------------------------------------
 
เมื่อห้องโล่ง ดูสะอาดตา ทีนี้ก็ได้เวลาจัดห้องให้ Minimal กันเเล้ว
ทางเราก็มี 5 ไอเทมที่จะช่วยเพิ่มความชิคให้
ห้องของเพื่อนๆ ชาว frank มาฝากกัน



1.โปสการ์ดก็เเต่งห้องได้

โปสการ์ดไอเทมง่ายๆ ที่เเต่งห้องสวยไม่น้อย เพียงเเค่เพื่อนๆ
ลองหาไอเทมอย่างโปสการ์ดมาเเปะบนผนังห้องดู จากห้องธรรมดาๆ
ก็สามารถเปลี่ยนเป็นห้องสุดชิค สไตล์ minimal ได้เเล้ว



2.โคมไฟตัวช่วยเพิ่มความชิค

ลองหาโคมไฟสวยๆ ชิคๆมาติดโต๊ะทำงานดู
นอกจากโคมไฟจะช่วยเพิ่มความชิคเเล้ว ยังช่วยถนอมสายตา
ในช่วงเวลากลางคืนที่เเสงไม่เพียงพอ เเถมยังมีให้เลือกหลายแบบ
เเต่ถ้าจะเน้นความเป็น minimal ทางเราก็เเนะ
นำให้เลือกสีกลุ่มโมโนโครม ขาว เทา ดำ เป็นหลัก
 



3.กระดานดำ

ถ้าจะเอารูปงานศิลปะมาติดห้องราคาก็คงไม่เป็นมิตรเท่าไหร่
ถ้างั้นลองหากระดานดำเล็ก ๆ มาเเต่งห้องดู นอกจากสามารถจดโน๊ต
กระดานดำยังเป็นไอเทมที่เหมาะมาก ๆ กับห้องสไตล์ Minimal
ด้วยโทนสีเเละรูปทรง ที่สำคัญราคาสบายกระเป๋า
บอกได้เลยว่ามีติดห้องไว้ชิคเเน่นอน

 



4.ไอเทมจากไม้ ช่วยสร้างบรรยากาศ

เเต่งโต๊ะด้วยวัสดุจากธรรมชาติ การเลือกใช้ไอเทมที่ทำมาจากไม้
หรือนำต้นไม้เล็กๆมาตั้ง ก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการจัดโต๊ะทำงาน
นอกจากจะสวยเเล้วยังช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับการทำงานอีกด้วย

 



5.ปฏิทิน

มาถึงไอเทมสุดท้าย ปฏิทินไอเทมที่ทุกคนต้องมีติดห้องไว้อยู่เเล้ว
เพียงเเค่เพื่อนๆหาปฏิทินที่มีดีไซน์สวย ๆ ซักอัน
มาตั้งรวมกับไอเทมอื่นๆที่เราเเนะนำไป เเค่นี้ก็จะได้โต๊ะสไตล์ minimal
ที่พร้อมจะช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงานให้กับเพื่อน ๆ ได้เเล้ว

 

จบกันไปเเล้วกับเทคนิคในการจัดห้องสไตล์ มินิมอล
หากใครมีเวลาว่างก็อย่าลืมลองไปทำตามกันดูละการมีโต๊ะสวย ๆ
เป็นมุมโปรด ที่ซ่อนอยู่ภายในห้องก็เป็นอะไรที่ทำให้ใจฟูไม่น้อย
ไม่เเน่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการจัดห้อง อาจทำให้ค้นเจอ
ชีวิตที่เราเผลอทำตกหล่นไว้ก็ได้นะใครจะรู้!
เเละเพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาไอเทมเเต่งห้อง
จัดโต๊ะทำงาน มองมาทางนี้ได้เลย เพราะที่ frank เรามีให้ทุกคนพร้อม
ไม่ว่าจะเป็น สมุดโน๊ต สติกเกอร์ โปสการ์ด สารพัดของจุกจิก
จะเเวะมาหน้าร้านเดินช้อปเพลิน ๆ
หรือจะช่องทางออนไลน์ก็สะดวกรวดเร็ว
ที่ https://frank-garcon.com/all-categories/etc.html
เเล้วอย่าลืมมาช้อปกันน้าาาาาาาาา